วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความรู้เรื่องเอนไซม์ (พลังแห่งชีวิต)

ความรู้เรื่องเอนไซม์
หากจะกล่าวถึงเอนไซม์มีหลายท่านอาจจะเคยรับทราบถึงประโยชน์ เอนไซม์จัดอยู่ในสารชีวโมเลกุลที่พบในสิ่งมีชีวิต มีความจำเป็นขนาดที่เคยมีผู้กล่าวว่า ขาดลมหายใจเพียง 3-5 นาทีเราตายแต่หากเราขาดเอนไซม์เพียง 30 วินาทีเราตายทันที
เอนไซม์พบได้ในร่างกาย โดยมีหน้าหลัก คือ แปรเปลี่ยนสารอาหารหรือที่มักเรียกว่ากระบวนการย่อยและเผาพลาญสารอาหารให้เกิดเป็นพลังงาน เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะและระบบที่สำคัญของร่างกาย เช่น ระบบหาย,ระบบไหลเวียนโลหิต,ระบบภูมิคุ้มกัน,ระบบย่อยอาหาร หากขาดเอนไซม์จะมีผลต่อการเสียสมดุลของร่างกาย เกิดภาวะแห่งความเสื่อมนำมาโรคภัยอันตรายมาสู่ร่างกาย
เอนไซม์ในร่างกายเมื่อถูกใช้ไปนานๆจะหร่อยหลอลงเรื่อยๆ ต้องมีการเติมอย่างสม่ำเสมอ โดยการเติมสามารถเติมได้จากเอนไซม์ที่มีอยู่ในธรรมชาติซึ่งมักพบในอาหารสด เช่น ผลไม้ที่เพิ่งสุกคาต้น,เนื้อปลาสด เป็นต้น แต่เอนไซม์ในธรรมชาติมีจุดอ่อน คือ หากผ่านการทำเป็นอาหาร (ต้ม ผัด แกง ทอด) อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส หรือ การฉายรังสี/การเคลือบ (แว๊กซ์ผิว เช่น ส้ม) เมื่ออาหารผ่านกระบวนการเหล่านี้ เอนไซม์จะเสื่อมสภาพไป
การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ เราไม่มีเวลามากพอที่จะเลือกอาหารสดๆมารับประทานได้ อาหารส่วนใหญ่ผ่านการปรุงและผ่านกระบวนการถนอมอาหารซึ่งเป็นสาเหตุให้เอนไซม์เสื่อมสลายไป เหมือนกับว่าเรากิน อาหารไร้ชีวิตหรือซากอาหารเข้าไปในร่างกาย ดังนั้น ควรจะมีทางเลือกในการเสริมเอนไซม์อื่นๆเพิ่มเข้ามานั้น คือ การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วย เพื่อปรับสภาพสมดุลร่างกายในระดับเซลล์ สุขภาพแข็งแรงห่างไกลโรคภัยและเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนตลอดไป

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประสบการณ์ผู้ใช้เมนเดล-part1


ประสบกาณ์ผู้ใช่เอนไซม์แล้วเห็นผลดีมาก

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

เอนไซม์ชลอกระบวนการแก่ชรา

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯค้นพบเอนไซม์ที่ชลอกระบวนการแก่ชรา
นักวิทยาศาสตร์จาก Harvard Medical School ของสหรัฐฯ ค้นพบสารตัวเร่งปฏิกริยาหรือเอนไซม์ที่ชลอกระบวนการแก่ชรา (Anti Aging Enzyme) เป็นครั้งแรกในเซลสิ่งมีชีวิต ความก้าวหน้าดังกล่าวจะช่วยเร่งหรือกระตุ้นให้มีการพัฒนายาต่างๆเพื่อยืดอายุมนุษย์ ตลอดจนป้องกันโรคต่างๆที่เกิดจากความชรา ทั้งนี้สารที่ค้นพบใหม่เพิ่มอายุ (Life Spans) ของยีนส์และเซลมนุษย์ในห้องปฏิบัติการ และยังยืดอายุของแมลงวันและหนอนอันเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งเมื่อพิจารณาในระดับชีวโมเลกุลจะมีการเปลี่ยนแปลงของอายุรวดเร็วเช่นเดียวกันกับมนุษย์
ถึงแม้จะเป็นการด่วนสรุปว่าการค้นพบครั้งนี้จะเป็นก้าวกระโดดจากห้องปฏิบัติการไปสู่คลีนิครักษาโรคชรา แต่สารประกอบที่นักวิจัยทดสอบแล้วว่าช่วยการทำงานของเอนไซม์ที่ต่อต้านโรคชราได้มากที่สุด ได้แก่ สาร Resveratrol ซึ่งเป็นสารอยู่ในไวน์แดงและช่วยลดความเสี่ยงต่อการโรคหัวใจ แต่ที่สำคัญได้แก่การค้นพบว่าเอนไซม์ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกริยาในเซลที่เรียกว่า Sirtuins จะเป็นตัวควบคุมความชราในสิ่งมีชีวิตทั้งหลายโดยจะช่วยให้เซลคงดำรงชีพอยู่ได้จากการถูกทำลายและช่วยชลอการตายของเซล ดังนั้นคาดว่านักวิจัยต่างๆจะหันไปค้นหาสาร Sirtuins ชนิดที่เป็นตัวกระตุ้นเซลที่มีประสิทธิภาพที่สุดหรือแม้กระทั่งสังเคราะห์สารนี้ขึ้นเองเพื่อนำไปทดสอบความสามารถในการยืดอายุเซลแมลงหรือหนอนหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู ลิง และมนุษย์
อย่างไรก็ตามนักวิจัยบางกลุ่มเตือนให้ระมัดระวังเนื่องจากความแก่ชราเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและยากที่จะเข้าใจ และไม่น่าที่จะเป็นไปได้ที่ยาเพียงชนิดเดียวจะมีผลช่วยชลอความแก่ชราได้
การค้นพบดังกล่าวเป็นผลมาจากการวิจัยกว่า 3 ปี ทั้งนี้ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คิดว่าสาร Sirtuins จะทำหน้าที่ในการดึงโมเลกุลที่เป็นกุญแจสำคัญออกจากโปรตีนที่ล้อมรอบดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เซลปิดและเปิดยีนส์ของตัวมัน แต่เมื่อเร็วๆนี้นักวิจัยเรียนรู้ว่าสารดังกล่าวมีส่วนในกระบวนการของระบบ Feed back ซึ่งเสริมให้เซลคงชีพอยู่ได้ในระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉินโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขาดอาหาร

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักวิจัยว่าระยะยาวของชีวิต (Life Span) นั้นสามารถยืดได้ถึง 50 เปอร์เซนต์หรือมากกว่านั้นในสัตว์หลายชนิด เช่น แมลงวัน หนอน และหนู หากเลี้ยงสัตว์ดังกล่าวด้วยอาหารมีคุณค่าทางโภชนาการที่ให้แคลลอรี่ต่ำกว่าปกติ 30 เปอร์เซนต์ แต่พบว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลหากเราดัดแปลงยีนส์ของสัตว์ดังกล่าวทำให้ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ Sirtuins ได้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของสารนี้ในกระบวนการแก่ชรา
ในมนุษย์เองนักวิทยาศาสตร์พบว่าสารนี้จะไปหยุดวงจรของเซลตามปกติ (Cellular Cycle) ซึ่งเซลจะจบชีวิตลงโดยฆ่าตัวมันเอง แต่สารนี้จะไปช่วยเซลกลับเป็นหนุ่มขึ้นอีกครั้งโดยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอ และกระตุ้นให้มีการผลิตสารป้องกันพวกแอนตี้ออกซิแดนท์
ปัจจุบันบริษัทผลิตยา เช่น BIOMOL, Sinclair และ Elixir Pharmaceuticals กำลังลงทุนที่จะหาสารเคมีที่จะไปกระตุ้นการทำงานของสาร Sirtuins โดยมีจุดมุ่งหมายผลิตในรูปยา เช่น Resveratrol หรืออาหารเสริมเป็นการพาณิชย์ต่อไป
(ที่มา: The Washington Post, August 5, 2003)